GrowGenius logo GrowGenius

แหล่งข้อมูลฟรี

แม่แบบนโยบายการใช้ AI ในองค์กร (ฉบับภาษาไทย)

นี่คือแม่แบบนโยบายการใช้ AI ในองค์กร 12 หมวด ที่คัดลอกไปปรับใช้ได้ทันทีและใช้ได้ฟรี เขียนให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ของไทย ทุกหมวดมีคำอธิบายกำกับว่ามีไว้ทำไม เพื่อให้คุณตัดหมวดที่ไม่เกี่ยวกับองค์กรตัวเองออกได้อย่างมั่นใจ ไม่ใช่คัดลอกไปทั้งชุดโดยไม่รู้ว่าอะไรสำคัญ

ทำไมองค์กรถึงต้องมีนโยบายการใช้ AI

เพราะพนักงานใช้ AI อยู่แล้วไม่ว่าองค์กรจะมีนโยบายหรือไม่ ความต่างคือถ้าไม่มีนโยบาย พวกเขาต้องเดาเอาเองว่าอะไรทำได้ และคนที่เดาผิดคือคนที่วางข้อมูลลูกค้าลงในเครื่องมือสาธารณะโดยไม่ได้ตั้งใจทำผิด

นโยบายที่ดีจึงไม่ได้มีไว้ห้าม แต่มีไว้ทำให้คำตอบของคำถามว่า "อันนี้ใส่ได้ไหม" มาเร็วพอที่คนจะไม่ข้ามไปเอง

ใช้แม่แบบนี้อย่างไร

  1. อ่านทั้ง 12 หมวดก่อน แล้วตัดหมวดที่องค์กรคุณไม่มีบริบทนั้นออก
  2. เติมชื่อเครื่องมือที่องค์กรอนุญาตจริงในหมวดที่ 5 — นโยบายที่ไม่ระบุเครื่องมือจะบังคับใช้ไม่ได้
  3. ให้เจ้าของกระบวนการแต่ละสายงานอ่านหมวดที่ 4 และ 6 แล้วเถียงกลับ ถ้าไม่มีใครเถียง แปลว่ายังไม่มีใครอ่านจริง
  4. ให้ฝ่ายกฎหมายหรือ DPO ตรวจหมวดที่ 8 ก่อนประกาศใช้
  5. กำหนดวันทบทวนตามหมวดที่ 12 ตั้งแต่วันประกาศ ไม่ใช่ค่อยมาคิดทีหลัง

1. วัตถุประสงค์และขอบเขต

มีไว้ทำไม: กำหนดว่านโยบายนี้บังคับใช้กับใครและกับอะไร ถ้าไม่เขียน จะเกิดข้อโต้แย้งทันทีว่าผู้รับเหมาหรือที่ปรึกษาภายนอกอยู่ในขอบเขตหรือไม่

นโยบายฉบับนี้กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการปฏิบัติงานของ [ชื่อองค์กร] เพื่อให้การใช้ AI เกิดประโยชน์ต่อองค์กร โดยไม่สร้างความเสี่ยงต่อข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลความลับทางธุรกิจ หรือชื่อเสียงขององค์กร

นโยบายนี้บังคับใช้กับพนักงานทุกระดับ ลูกจ้างชั่วคราว ผู้รับจ้าง ที่ปรึกษา และบุคคลภายนอกที่เข้าถึงข้อมูลหรือระบบขององค์กร ครอบคลุมการใช้ AI ทุกรูปแบบ ทั้งบริการสาธารณะ ระบบที่องค์กรจัดหา และระบบที่พัฒนาขึ้นเอง

2. นิยาม

มีไว้ทำไม: คนในองค์กรเข้าใจคำว่า AI ไม่ตรงกัน การนิยามไว้ทำให้ไม่ต้องเถียงกันว่าฟีเจอร์สรุปอีเมลนับเป็น AI หรือไม่

ระบบ AI หมายถึง ระบบที่สร้างผลลัพธ์ เช่น ข้อความ รูปภาพ เสียง โค้ด คำแนะนำ หรือการคาดการณ์ จากข้อมูลนำเข้า โดยใช้แบบจำลองที่เรียนรู้จากข้อมูล

AI สาธารณะ หมายถึง บริการ AI ที่เข้าถึงได้ทั่วไปโดยองค์กรไม่มีสัญญากำกับการใช้ข้อมูล

AI ที่องค์กรจัดหา หมายถึง บริการ AI ที่องค์กรทำสัญญาไว้ และมีข้อกำหนดเรื่องการเก็บและใช้ข้อมูลที่ตรวจสอบได้

ข้อมูลส่วนบุคคล ให้เป็นไปตามนิยามใน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

3. หลักการพื้นฐาน

มีไว้ทำไม: เป็นหลักที่ใช้ตัดสินกรณีที่นโยบายไม่ได้เขียนไว้ตรง ๆ ซึ่งจะเกิดขึ้นแน่นอน

1) มนุษย์รับผิดชอบเสมอ — ผู้ใช้เป็นผู้รับผิดชอบผลลัพธ์ที่นำไปใช้ การอ้างว่า AI เป็นผู้สร้างไม่ลดความรับผิดชอบ

2) ตรวจสอบก่อนใช้ — ผลลัพธ์จาก AI ถือเป็นร่าง ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ต้องตรวจสอบก่อนนำไปใช้กับงานจริง

3) ข้อมูลเข้าเท่าที่จำเป็น — ใส่ข้อมูลเท่าที่จำเป็นต่อการได้ผลลัพธ์ ไม่ใส่มากกว่านั้นเพื่อความสะดวก

4) โปร่งใสเมื่อเกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก — เปิดเผยการใช้ AI เมื่อผลลัพธ์ถูกส่งถึงลูกค้าหรือคู่ค้าในลักษณะที่อาจทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นงานของมนุษย์ทั้งหมด

5) ไม่ใช้ AI ตัดสินใจที่กระทบสิทธิของบุคคลโดยลำพัง — การตัดสินใจที่มีผลทางกฎหมายหรือกระทบบุคคลอย่างมีนัยสำคัญต้องมีมนุษย์เป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย

4. การจำแนกข้อมูลก่อนนำเข้าระบบ AI

มีไว้ทำไม: หมวดที่สำคัญที่สุดในทางปฏิบัติ เพราะเป็นหมวดเดียวที่พนักงานจะเปิดดูจริงตอนกำลังจะกดวาง

ระดับตัวอย่างใช้กับ AI สาธารณะใช้กับ AI ที่องค์กรจัดหา
ห้ามเด็ดขาดข้อมูลอ่อนไหวตาม PDPA (สุขภาพ ศาสนา ประวัติอาชญากรรม ชีวมิติ), รหัสผ่าน, กุญแจ API, ข้อมูลบัตรชำระเงินห้ามห้าม เว้นแต่ได้รับอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร
ต้องขออนุมัติข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปของลูกค้าหรือพนักงาน, สัญญา, ข้อมูลราคาที่ยังไม่เปิดเผย, ซอร์สโค้ดที่เป็นทรัพย์สินขององค์กรห้ามได้ เมื่อผ่านการอนุมัติตามหมวด 10
ใช้ได้ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว, เอกสารภายในที่ไม่มีข้อมูลส่วนบุคคล, ข้อมูลที่ถูกทำให้ไม่ระบุตัวตนอย่างถูกวิธีได้ได้

หมายเหตุ: การลบชื่อออกอย่างเดียวไม่ถือว่าเป็นการทำให้ไม่ระบุตัวตน หากข้อมูลที่เหลือยังเชื่อมโยงกลับไปหาบุคคลได้

5. เครื่องมือที่องค์กรอนุญาต

มีไว้ทำไม: นโยบายที่ไม่ระบุรายชื่อเครื่องมือจะถูกตีความเองว่าอนุญาตทุกอย่าง

องค์กรอนุญาตให้ใช้เครื่องมือ AI ต่อไปนี้ในการปฏิบัติงาน: [ระบุรายชื่อ เช่น Claude, ChatGPT Enterprise, Microsoft Copilot พร้อมระบุว่าเป็นแพลนใด]

การใช้เครื่องมือ AI อื่นนอกรายการนี้กับข้อมูลระดับ "ต้องขออนุมัติ" หรือสูงกว่า ต้องได้รับอนุมัติจาก [ระบุตำแหน่ง] ก่อน

องค์กรจะทบทวนรายการนี้ทุก [ระบุความถี่] และประกาศการเปลี่ยนแปลงผ่าน [ระบุช่องทาง]

6. การใช้งานที่ห้าม

มีไว้ทำไม: ระบุเป็นข้อ ๆ ได้ผลกว่าการเขียนเป็นหลักการลอย ๆ เพราะบังคับใช้และตรวจสอบได้จริง

ห้ามใช้ AI สร้างเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย หมิ่นประมาท หรือละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น

ห้ามใช้ AI ปลอมแปลงตัวตนของบุคคลจริง รวมถึงการสร้างเสียงหรือภาพเลียนแบบบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอม

ห้ามใช้ AI ตัดสินใจเรื่องการจ้างงาน การเลื่อนตำแหน่ง การให้สินเชื่อ หรือการยุติสัญญา โดยไม่มีมนุษย์ทบทวน

ห้ามนำผลลัพธ์จาก AI ไปใช้เป็นคำแนะนำทางกฎหมาย การแพทย์ หรือการเงินต่อบุคคลภายนอก โดยไม่ผ่านผู้มีคุณสมบัติตามวิชาชีพ

ห้ามใช้ AI เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการควบคุมภายในขององค์กร

7. การตรวจสอบโดยมนุษย์

มีไว้ทำไม: แยกให้ชัดว่างานประเภทไหนตรวจแบบผ่าน ๆ ได้ และงานประเภทไหนต้องตรวจจริง

งานที่ต้องมีผู้ตรวจสอบที่มีความรู้ในเรื่องนั้นก่อนนำไปใช้ ได้แก่ เอกสารที่ส่งถึงบุคคลภายนอก, ตัวเลขหรือข้อมูลที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ, โค้ดที่จะขึ้นระบบจริง และเนื้อหาที่อ้างอิงกฎหมายหรือมาตรฐาน

ผู้ตรวจสอบต้องอยู่ในสถานะที่ประเมินความถูกต้องได้จริง การให้ผู้ที่ไม่มีความรู้ในเรื่องนั้นเป็นผู้อนุมัติ ไม่ถือว่าเป็นการตรวจสอบตามนโยบายนี้

8. ข้อกำหนดตาม PDPA

มีไว้ทำไม: หมวดที่ต้องให้ฝ่ายกฎหมายหรือ DPO ตรวจ เพราะผูกกับหน้าที่ตามกฎหมายโดยตรง

ฐานทางกฎหมาย — ก่อนนำข้อมูลส่วนบุคคลเข้าสู่ระบบ AI ต้องระบุได้ว่าใช้ฐานทางกฎหมายใดตามมาตรา 24 หรือ 26 และการใช้นั้นอยู่ในวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ตอนเก็บข้อมูลหรือไม่

การโอนข้อมูลไปต่างประเทศ — ผู้ให้บริการ AI ส่วนใหญ่ประมวลผลนอกประเทศไทย ต้องตรวจสอบว่าเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 28 หรือ 29 และบันทึกไว้

สิทธิของเจ้าของข้อมูล — ต้องทราบว่าผู้ให้บริการเก็บข้อมูลที่ส่งเข้าไปนานเท่าใด และองค์กรจะตอบสนองคำขอใช้สิทธิลบข้อมูลได้อย่างไรหากข้อมูลนั้นถูกส่งไปแล้ว

การใช้ข้อมูลเพื่อฝึกโมเดล — ต้องตรวจสอบและบันทึกว่าผู้ให้บริการนำข้อมูลขององค์กรไปใช้ฝึกโมเดลหรือไม่ และปิดตัวเลือกนั้นได้หรือไม่

บันทึกกิจกรรมการประมวลผล — เพิ่มการใช้ AI เข้าไปในบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กร

9. การบันทึกและการตรวจสอบย้อนหลัง

มีไว้ทำไม: เป็นส่วนที่เพิ่มย้อนหลังไม่ได้ ถ้าไม่เก็บตั้งแต่ต้น ตอนเกิดเหตุจะไม่มีอะไรให้ดู

สำหรับระบบ AI ที่องค์กรจัดหาหรือพัฒนาเอง ต้องเก็บบันทึกอย่างน้อย: ผู้ใช้ เวลา ระบบหรือโมเดลที่ใช้ และประเภทของงานที่ทำ

ระยะเวลาเก็บบันทึกให้เป็นไปตามนโยบายการเก็บรักษาข้อมูลขององค์กร และต้องไม่ขัดกับหน้าที่ตาม PDPA

สิทธิ์ในการเข้าถึงบันทึกให้จำกัดเฉพาะ [ระบุตำแหน่ง] และการเข้าถึงต้องถูกบันทึกด้วย

10. บทบาทและความรับผิดชอบ

มีไว้ทำไม: นโยบายที่ไม่มีชื่อผู้รับผิดชอบคือนโยบายที่ไม่มีใครบังคับใช้

ผู้บริหารสูงสุดด้านสารสนเทศ / เจ้าของนโยบาย — อนุมัตินโยบายและรายการเครื่องมือที่อนุญาต

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) — ตรวจสอบความสอดคล้องกับ PDPA และร่วมพิจารณากรณีที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

หัวหน้าสายงาน — อนุมัติการใช้ข้อมูลระดับ "ต้องขออนุมัติ" ในขอบเขตงานของตน

ผู้ใช้งาน — รับผิดชอบผลลัพธ์ที่นำไปใช้ และรายงานเหตุตามหมวด 11

11. การรายงานเหตุ

มีไว้ทำไม: ต้องเขียนให้ชัดว่ารายงานแล้วไม่ถูกลงโทษ ไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครรายงาน และเหตุจะถูกพบตอนที่สายเกินแก้

หากมีการนำข้อมูลที่ไม่ควรเข้าสู่ระบบ AI ให้รายงานต่อ [ระบุช่องทาง] ภายใน [ระบุเวลา] นับแต่ทราบเหตุ

การรายงานเหตุด้วยตนเองโดยสุจริตจะไม่ถูกใช้เป็นเหตุในการลงโทษทางวินัย ยกเว้นกรณีที่เป็นการฝ่าฝืนโดยเจตนาหรือปกปิด

หากเหตุนั้นเข้าข่ายการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ให้ดำเนินการตามกระบวนการแจ้งเหตุละเมิดขององค์กรและกรอบเวลาตาม PDPA

12. การทบทวนนโยบาย

มีไว้ทำไม: เทคโนโลยีและสัญญาผู้ให้บริการเปลี่ยนเร็วกว่ารอบทบทวนนโยบายปกติขององค์กร

ทบทวนนโยบายนี้อย่างน้อยทุก [6 หรือ 12] เดือน และทบทวนทันทีเมื่อมีการเพิ่มเครื่องมือใหม่ เปลี่ยนผู้ให้บริการ หรือมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประกาศใช้เมื่อ [วันที่] · ทบทวนครั้งถัดไป [วันที่] · เจ้าของนโยบาย [ตำแหน่ง]

ข้อจำกัดของแม่แบบนี้

แม่แบบนี้เป็นจุดตั้งต้นทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย และไม่ได้แทนการตรวจสอบโดยที่ปรึกษากฎหมายหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กรคุณ ธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลเฉพาะ เช่น สถาบันการเงินหรือสถานพยาบาล จะมีข้อกำหนดเพิ่มเติมที่แม่แบบนี้ไม่ครอบคลุม

หากต้องการให้ปรับนโยบายให้เข้ากับบริบทและระบบจริงขององค์กร รวมถึงวาง Guardrail และ Audit Trail ในทางเทคนิค นั่นคือขอบเขตของบริการความปลอดภัยและธรรมาภิบาล AI

บริการที่เกี่ยวข้อง

ความปลอดภัย & ธรรมาภิบาล AI

นโยบาย PDPA Guardrail และ Audit

ที่ปรึกษา AI

ประเมินความพร้อม Use Case และ Roadmap

อบรม AI สำหรับองค์กร

หลักสูตรอบรม AI แบบ In-house

อยากให้ช่วยปรับให้เข้ากับองค์กรของคุณ

บอกเราว่าองค์กรคุณติดตรงไหน แล้วเราจะบอกว่าควรเริ่มจากอะไร หรือบอกตรง ๆ ถ้าเป็นงานที่คุณทำเองได้โดยไม่ต้องจ้าง

คุยกับทีมของเรา